ผู้เขียน หัวข้อ: การเลือกเครื่องเสียงลงในรถ / ปัญหาเครื่องเสียงมีทางออกครับ  (อ่าน 2248 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ oxygenSound

  • ไมล์ 101-300
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 114
  • คะแนน Like 0
  • เพศ: ชาย
  • ตั้งใจทำ
    • ดูรายละเอียด
การเลือกเครื่องเสียงลงในรถ ของท่าน มีหลายต่อหลายคำถาม มาให้ถามกันเยอะ ผมขอแนะนำการเลือกเครื่องเสียง แบบเป็นขั้นเป็นตอนดังนี้นะครับ
1. เลือกแนวการฟังของท่านให้ชัดเจนก่อน
- แนวเพลงแต่ละรูปแบบ มีการตอบสนองย่านความถี่ที่ไม่เท่ากัน เช่น การฟัง pop-rock หรือแบบ classic ก็มีย่านความถี่ที่ไม่เหมือนกัน การจูนหรือการกำหนดความถี่ก็คนละย่านความถี่ ก็แตกต่างกัีน อันนี้ต้องเข้าใจก่อน
2. ตั้งงบประมาณ ในการลงเครื่องเสียง และรูปแบบในการฟัง
- ในราคาท้องตลาด มีสินค้าให้เลือกหลากหลายมากมายหลายยี่ห้อ ในราคาที่แตกต่างกัน คุณภาพ โดยส่วนหนึ่ง คุณภาพก็ขึ้นอยู่ที่ราคาด้วย แต่ราคาอาจไม่ตอบโจทย์หรือตรงใจท่าน ที่จะเลือกสินค้าลงรถของท่าน เพราะบ้างท่าน ต้องการแนวเสียงอย่างนี้ และมีท่านที่มีความรู้มาช่วยกันตอบ และแนะนำ บางยี่ห้อ ราคาอาจสูงเกินกว่า ท่านจะจ่ายลง อันนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของท่านครับ
- แนวการฟัง ก็มีหลากหลาย มีทั้ง SQ / SPL หรือแม้กระทั้ง ESQL ( อันนี้หาอ่านจาก กระทู้ที่ตอบ ๆ กันไปหลายท่านแล้ว ) เพราะแนวการฟังจะเป็นตัวกำหนดอุปกรณ์ ในการลงรถ เช่น หากการฟังแนว SQ ระบบจะประกอบไปด้วย ฟร้อน+ลำโพงคู่หน้า+Power amp + Subwoofer ( แนว Front stage ) แนวนี้ใช้อุปกรณ์ไม่มากแต่เน้นคุณภาพ เพื่อสร้างเวทีเสียงที่ดี ฟังในรถได้นาน ๆ ไม่อึดอัด และ SPL จะประกอบไปด้วย Front + ลำโพงหน้า+หลัีง + Power amp 4ch + Power amp class D + ซับ 1 คู่ หรือมากกว่านั้น แนวนี้ อาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับลำโพงกลางแหลมมากนัก แต่ไปเน้นในเรื่องของ Sub bass มากกว่า แต่ต้องให้ความสำคัญกับระบบไฟในรถให้มาก ๆ ครับ
3. การเรียงอันดับ ในการลงเครื่องเสียง
- การเรียงอันดับในการลงเครื่องเสียงนั้น ก็มีขั้นมีตอน เชื่อว่าหลายท่านต้องการสินค้า หรือ คุณภาพเสียงที่ดีอย่างแน่นอน แต่ ในราคาสินค้าดี ๆ ราคาก็สูงเกินกว่าท่านจะจ่ายได้หมดในครั้งเดียว ฉะนั้น ท่านอาจเลือกแนวดังนี้ครับ
- เลือก ฟร้อน + ลำโพงหน้า / ฟร้อนอย่างเดียว / ลำโพงหน้าอย่างเดียว - อย่างนี้ จะตอบสนองความต้องการของท่านได้ก่อน หากท่านต้องการในฟรั่งชั่น เรื่องของการดูหนัง / USB ก็เลือกมากก่อน เพราะตอบสนองการใช้งานของท่านได้โดยตรง สัมผัสได้ทันที
- ส่วนลำโพงคู่หน้า ท่านอาจจะเลือกลำโพงที่ไม่กินวัตต์มากนัก ใช้เครื่องเล่นเป็นตัวขับได้อย่างลงตัว หากท่านต้องการขยับ ก็สามารถย้ายจากคู่หน้าไปเป็นคู่ หลัง แล้วเลือกคู่หน้าที่ กินวัตต์ หรือ คุณภาพสูงขึ้น โดยการผ่าน Power amp เพื่อให้ได้คุณภาพที่เหมาะสมกับลำโพงของท่าน
- เมื่อท่านเลือก ฟร้ือน และ ลำโพง ได้แล้ว ต่อไปก็เลือก Power amp เพราะ ฟร้อน กับ ลำโพง จะเป็นตัวกำหนด Power amp ว่า ท่านควรเลือก Power amp ชนิดใดในการมาขับลำโพง ของท่าน เพือเสริม หรือ ทดแทน ในส่วนบุคคิล ลำโพง ให้มีคุณภาพตามต้องการ และ ในกำลังวัตต์ ที่ตอบสนอง ในกำลังที่ ลำโพงต้องการเช่นกัน เช่น หากลำโพง กินวัตต์ที่ 100 วัตต์ RMS แต่ท่านใช้ Power amp ที่มีกำลังขับ 50 วัตต์ RMS ก็ไม่สามารถทำให้ คุณภาพของลำโพง ออกมาได้ 100% เต็มได้ เป็นต้นครับ
- เมื่อท่านได้ Power amp ในการขับลำโพงกลาง แหลมได้แล้ว ก็มาเลือกในส่วนของชุดสายครับ หาก Power amp ของท่าน ราคา 40000 บาท แต่ท่านเลือกใช้ชุดสาย เช่น สาย RCA ( สายสัญญาณเสียง ) ราคาเส้นละ 100 บาท ท่านคิดว่า่ สาย RCA นั้น จะเป็นสื่อสัญญาณ ที่ดีได้หรือไม่ 
- Power amp มีหลากหลาย รูปแแบบ ขยายสัญญาณ เช่น 1/2/3/4/5/6 ch อันนี้ท่านต้องเลือกเพื่อให้เข้ากับอุปกรณ์ และการใช้งานจริง ของท่าน เช่น ลำโพงของท่าน มีแค่ คู่หน้าแยกชิ้น 2 ทาง ซับ 1 ดอก ท่านไปเลือก 2 ch ก็ไม่ครบในการต่อกับอุปกรณ์ อย่างนี้ อาจเลือกใช้เป็น 3ch ก็ได้ หรือ 4ch โดยใช้ 3/4 ch บิดขับซับก็ได้ครับ
- เมื่อเลือก Power amp ได้แล้ว ก็มาเลือก Sub กัน ซับก็มีให้เลือกหลากหลายอีกเช่นกัน มีทั้ง 8/10/12/15 ขึ้นไป และยังมี วอยส์เดียว วอยส์คู่ โครงหล่อ โครงปั้ม จะเลือกอย่างไร อันนี้ต้องอยู่ที่ระบบ และ Power amp ที่จะมาขับ เช่น หากท่านเลือก Power amp 4ch 50x4 โดย 1/2ch ขับคู่หน้า แต่เลือกซับ โครงหล่อ วอยส์คู่ ตัว ใหญ่ ๆ กินวัตต์สูง ๆ ก็จะทำให้ Power amp โหลดเกินไป และจะทำให้อุปกรณ์พังตามมา คุณภาพเสียงก็ไม่ได้ด้วย เป็นต้นครับ

หวังว่าหัวข้อนี้จะเป็นประโยชน์ ไม่มากก็น้อย กับ สมาชิคใน Club ครับ
...
www.oxygensound.net
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27ต.ค.2011, 22:35:08 โดย oxygenSound »


www.oxygensound.net
086-309-8768
081-372-1056


ออฟไลน์ oxygenSound

  • ไมล์ 101-300
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 114
  • คะแนน Like 0
  • เพศ: ชาย
  • ตั้งใจทำ
    • ดูรายละเอียด
เรื่องการ Damp รถยนต์

การ damp รถในแต่ละคันนั้น มีส่วนที่ต้องคำนึงในจุดที่ damp มีทั้งหมด 3 ส่วนด้วยกันคือ
1. ประตู
2. หลังคา
3. พื้นรถ
ไล่ตามลำดับความสำคัญจาก 1-3 ครับ
วัสดุที่ใช้ในการ Damp มีวัสดุใหญ่ ๆ มี 3 แบบ ครับ คือ
1. Damping ที่เป็นลักษณ์คล้ายยาง มีสีดำเป็นส่วนมาก ( อันนี้นิยมมากในบ้านเรา )
2. Damping ที่เป็นฟรอย คือมีด้านหนึ่งเป็นเนื้อยาง และอีกด้านหนึ่งเป็นฟรอย
3. Damping ที่เป็นโฟม มีหลายอย่าง และแต่ละความหนา

หลักในการ Damp มีหลายสูตรด้วยกัน
มีทั้ง ญึ่ปุ่น ยุโรป อเมริกัน และ พี่ไทยครับ
มีที่ ญึ่ป่น ยุโรป ที่คล้าย ๆ กัน คือ การ Damp โดยใช้พื่นที่ เพียง 70-80% ก็ให้ผลได้ 100%
แต่ทาง ญี่ปุ่นนั้น มีรายละเอียดมากกว่า คือ ต้องมีการฟังไป damp ไป เลือกวัสดุ ในการ damp ประตู กว่าจะเสร็จสักบานคงปาไปบานละวัน  
ส่วนทาง ยุโรป นั้น ใช้วิธีการ เคาะ แล้วฟังเอา เรียกได้ว่า เป็นการหาเสียงเป็น กับ เสียงตาย ซึ่ง ประตูนั้น จะมีแผ่นเหล็กอยู่ แผ่นเหล็กนั้นหละ จะประกอบไปด้วย เสียงเป็นกับเสียงตาย หากเป็นเสียงตายอยู่แล้ว ทำการ damp เพิ่มเข้าไปอีกก็คงเรียกได้ว่า ตายสนิท 555 ซึ่งในส่วนตรงนั้นก็ควรเว้นไว้ก็ได้ครับ เพราะเป็นเสียงตายอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้อง damp เข้าไป แต่หากต้องเน้นให้ได้ทุกรายละเอียดของเสียง คงต้องฟังไป Damp ไป อย่างที่ ญี่ปุ่น เค้าทำกันครับ ซึ่งทางญี่ปุ่น หรือ ยุโรป นั้น ในการติดตั้ง อุปกรณ์ ต่าง ๆ เล็ก ๆ ไม่ได้ซับซ้อนมากนัก ผู้บริโภคจะติดตั้งกันเอง โดยแต่ละบ้านจะมีอุปกรณ์ เครื่องไม้ เครื่องมือ กันไว้บ้าง ( เหมือนในหนัง โรงเก็บรถ ประมาณนั้นอะครับ )
ประตู - ตำแหน่งในการ Damp มีทั้งหมด 3 จุด ด้วยกันครับ คือ
1. แผ่นประตูแผ่นในสุด  ที่เป็นชิ้นเดียวกันกับตัวรถชิ้นนอก ( จุดนี้ มีทั้งเสียงเป็น และ เสียงตาย )
2. แผ่นโครงด้านใน ที่มีแผ่นพลาสติกปิดอยู่ ( ที่ของ honda เรา มียางเหนียว ๆ ยื้ม ๆ อะครับ ) ( จุดนี้ก็มีทั้งเสียงเป็น และ เสียงตาย )
3. แผ่นแผงพลาสติก ที่ประตู จุดนี้ ก็ต้อง Damp ด้วยเช่นกันครับ








ในส่วนของการ Damp หลังคา เป็นส่วนสำคัญอันดับสอง รองมาจากประตูครับ ( หลาย ๆ ท่านจะเข้าใจว่าเป็นพื้น ซึ่งจริง ๆ แล้วหลังคาสำคัญมากกว่า แต่พื้นก็สำคัญ )
วัสดุที่ควรนำมาใช้ควรเป็น Damp ชนิด ฟรอย ครับ เพราะ damp ชนิดนี้มีน้ำหนักเบา เกาะติดได้ดี ไม่ตก และช่วยเรื่องของการกันความร้อนด้วยครับ ทำให้แอร์ทำงานได้เบาลง ประหยัดน้ำมันขึ้นครับ
และ ใช้วัสดุที่เป็นฟองน้ำ มาปิดทับอีกหนึ่งชั้น รับประกันได้เลยว่า เสียงฝนที่ตกใส่หลังคา เหมือนหลังคาจะพังลงมา ดีขึ้นอย่างมาก ๆ แน่นอนครับ






ในเรื่องของพื้น ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน แต่ผมจัดให้เป็นอัดดับสุดท้ายเลย  
Damp ที่ใช้ก็ใช้เป็น Damp ยาง หรือ ฟรอย ในบางจุดก็ได้ครับ แล้วทับด้วย damp โฟมอีกชั้นเป็นอันสมบูรณ์แบบครับ






รถที่ทำเครื่องเสียง หรือ ไม่ทำเครื่องเสียงก็ตาม โดยส่วนตัว ผมให้ความสำคัญในเรื่อง Damp มาก ๆ ครับ
ฉบับสมบูรณ์ ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29ต.ค.2011, 15:53:45 โดย oxygenSound »
www.oxygensound.net
086-309-8768
081-372-1056


ออฟไลน์ oxygenSound

  • ไมล์ 101-300
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 114
  • คะแนน Like 0
  • เพศ: ชาย
  • ตั้งใจทำ
    • ดูรายละเอียด

ในส่วนของการ Damp หลังคา เป็นส่วนสำคัญอันดับสอง รองมาจากประตูครับ ( หลาย ๆ ท่านจะเข้าใจว่าเป็นพื้น ซึ่งจริง ๆ แล้วหลังคาสำคัญมากกว่า แต่พื้นก็สำคัญ )
วัสดุที่ควรนำมาใช้ควรเป็น Damp ชนิด ฟรอย ครับ เพราะ damp ชนิดนี้มีน้ำหนักเบา เกาะติดได้ดี ไม่ตก และช่วยเรื่องของการกันความร้อนด้วยครับ ทำให้แอร์ทำงานได้เบาลง ประหยัดน้ำมันขึ้นครับ
และ ใช้วัสดุที่เป็นฟองน้ำ มาปิดทับอีกหนึ่งชั้น รับประกันได้เลยว่า เสียงฝนที่ตกใส่หลังคา เหมือนหลังคาจะพังลงมา ดีขึ้นอย่างมาก ๆ แน่นอนครับ






ในเรื่องของพื้น ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน แต่ผมจัดให้เป็นอัดดับสุดท้ายเลย 
Damp ที่ใช้ก็ใช้เป็น Damp ยาง หรือ ฟรอย ในบางจุดก็ได้ครับ แล้วทับด้วย damp โฟมอีกชั้นเป็นอันสมบูรณ์แบบครับ






รถที่ทำเครื่องเสียง หรือ ไม่ทำเครื่องเสียงก็ตาม โดยส่วนตัว ผมให้ความสำคัญในเรื่อง Damp มาก ๆ ครับ
www.oxygensound.net
086-309-8768
081-372-1056

ออฟไลน์ joby

  • ไมล์ 301-600
  • *
  • กระทู้: 463
  • คะแนน Like 5
  • เพศ: ชาย
  • ยินดีที่รู้จักครับ ^^
    • ดูรายละเอียด
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: JOB


 


SimplePortal 2.3.5 © 2008-2012, SimplePortal