ผู้เขียน หัวข้อ: วันนี้ไป test drive นิสสัน almera มาครับ  (อ่าน 5023 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ATC_Admin

  • ATC. Administrator
  • ไมล์ 601-1000
  • *****
  • เจ้าของกระทู้
  • กระทู้: 820
  • คะแนน Like 22
  • เพศ: ชาย
  • ATC. มิตรภาพที่กว้างขึ้น
    • ดูรายละเอียด
ไปทดลองขับที่นิสสันalmera ที่โชว์รูมสาขาพหลโยธิน กม.๒๕ มา
พอดีอยากได้รถประหยัดเชื้อเพลิงมาใช้สักคัน และพยายามหาข้อมูลอยู่
พอดีเห็นเขาวิจารณ์กันมาเยอะ เลยอยากไปลองขับด้วยตัวเองบ้างครับ
ซึ่งตัวที่ให้ทดลองขับเป็นตัว top สีน้ำตาล จอดอยู่หน้าโชว์รูม

ที่โชว์รูมมีโชว์อยู่ทั้งหมด ๔ สี คือ น้ำตาล แดง ดำ และ สีเงิน ครับ
ความรู้สึกส่วนตัวผมว่าสีดำดูดีใช้ได้เลยเพราะตัวรถสีดำตัดกับกระจังหน้าสีเงิน
แต่เซลล์บอกว่าสีขาวสวยกว่า แต่น่าเสียดายที่ทางศูนย์ไม่มีสีขาวมาโชว์ไว้ให้ดู

ภายนอกโดยรวมดูดีครับ ตัวที่ทดลองขับเป็นตัวท๊อปครับ เซลล์เอากุญแจรีโมทให้
แล้วบอกให้สตาร์ทรถ โดยการเหยียบเบรก แล้วกดปุ่ม start  engine 
เสียงสตาร์ทรถก็นุ่มนวลใช้ได้ หลังจากนั้นเซลล์ก็ให้ขับไปเรื่อยๆผ่านประตูกรุงเทพ(ร้านขายต้นไม้)
ทะลุุถถนนด้านหลังโชว์รูมและวกกลับเข้ามาที่โชว์รูม ระยะทางไม่ไกลนัก ผ่านหลุมบ่อ
จุดน้ำท่วมขังเล็กน้อย เนินสะดุด และทางโล่งๆที่สามารถเร่งความเร็วขึ้นไปได้ถึง ๑๐๐กม./ชม.

ระยะทางไม่ไกลนัก เลยไม่มีโอกาสได้ลองขับที่ความเร็วที่เกินกว่า ๑๒๐กม./ชม.เลย
ไม่ได้ทดสอบระบบเบรกที่ความเร็วสูงและการเปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูงๆ เลย

แต่หลังจากที่ผมทดสอบแล้วก็เลยอยากมาเล่าสู่กันฟังครับ
ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่าเรานั่งบนรถทั้งหมด ๕ คนครับ
ผมและเพื่อนๆรวม ๓ คน เซลล์ผู้หญิงอีก ๒ คน 
เริ่มแรกพอเข้าเกียร์เหยียบคันเร่ง จากจุดหยุดนิ่งแล้ว การออกตัว
ที่ใครๆบอกว่าอืดนั้น ผมขอบอกได้เลยครับว่าไม่อืดอย่างที่คิด ที่สำคัญ
พวกเรานั่งกัน ๕ คนครับ  การเหยียบคันเร่งออกตัวตั้งแต่รถอยู่นิ่งๆ
ผมว่าทำได้ดีในระดับหนึ่งทีเดียวครับ แต่อาจจะไม่พุ่งปรึ๊ดปร๊าดเหมือนพวก
รถเครื่องยนต์ ๑.๕ เท่าไหร่นัก แต่ก็ถือว่าเพียงพอแล้วในรถระดับนี้
ความรู้สึกผม ที่สำคัญเหยียบเป็นมาละกันครับ ใครว่าอืดช้าผมอยากให้มา
ลองขับครับด้วยตัวเองดูครับ

จากนั้นลองแซงขวารถที่วิ่งช้าๆ อยู่เลนซ้ายดู และเหยียบคันเร่งจนเลขไมล์ขึ้นไปแตะที่ ๑๐๐
แล้วเหยียบเบรกแบบกะทันหันตรงเนินสะดุดพอดี ตามความรู้สึกผมก็ถือว่าทำได้นิ่มนวลดี
ระยะเบรกที่เซ็ทมาสำหรับผมถือว่าโอเคครับ ไม่มีอาการโคลงเคลงให้เห็น ส่วนเรื่อง
การซับแรงสะเทือนของช่วงล่างตามความรู้สึกผมก็ไม่ได้เลวร้ายๆ อะไรเลย พูดง่ายๆ
ก็พอกับรถเครื่อง ๑.๕ แหละครับเทียบเอาตามความรู้สึกนะครับ

ระบบเสียงจากวิทยุก็โอเคครับพอรับได้แต่สำหรับผมถือดีแล้ว ดีกว่าวีออสนะผมว่า แต่ยังสู้ซิตี้
ไม่ได้นะ แต่ก็เพียงพอแล้วเพราะหูผมไม่ใช่พวกหูขั้นเทพ อีกอย่างผมก็ชอบเปิดเพลงธรรมะ
มากกว่าด้วยครับ เรื่องเสียงจึงไม่ใช่ปัญหา

จากนั้นก็ปิดวิทยุ เพื่อสำรวจระบบ Idling stop คือผมอยากรู้ว่าตอนเครื่องยนต์ดับและสตาร์ท
เราจะได้ยินเสียงหรือรู้สึกอะไรมั้ย โดยขับไปได้ระยะหนึ่งก็หยุดรถที่ข้างทาง รอเข็มวัดความเร็ว
มาอยู่ที่๐กม./ชม. ระบบจะทำงานครับ ซึ่งต้องขอบอกว่ามันทำงานโดยที่ผมไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
นอกจากเราจะสังเกตุสัญลักษณ์บนจอแสดงผล คือมันเงียบนิ่งมาก พอหยุดได้ประมาณ ๒๐ วินาที
ผมก็ถอนเท้าจากเบรก และเหยียบคันเร่งวิ่งไปได้ระยะหนึ่ง แล้วลองหยุดดูเพื่อจะลองให้ครบทั้ง
๓วิธีคือ ยกเท้าออกจากแป้นเบรก เปลี่ยนเกียร์ หรือขยับพวงมาลัย
ตรงนี้ขอบอกว่าเวลาที่รถสตาร์ทนั้น เราแทบไม่รู้สึกเลย เพราะมันนิ่งและเบามาก
สังเกตุได้เพียงจากจอแสดงผลเท่านั้น คือสัญลักษณ์มันหายไป จากนั้นก็เหยียบคันเร่ง
วิ่งไปต่อได้ทันที เหมือนรถทั่วๆไปเลยทีเดียวไม่ต้องรอให้เสียเวลา เครื่องสตาร์ทได้อัตโนมัติ
และรวดเร็วดีครับ

จากนั้นก็ลองใหม่...ลองขับแล้วหยุดด้วยระยะสั้นๆคือประมาณ ๑๐ เมตร แล้วหยุดรถ
ปรากฏว่า idling stop ไม่ทำงาน ผมจึงถามเซลล์ เซลล์ก็ให้คำตอบว่าระบบ Idling
stop จะไม่ทำงานพร่ำเพรื่อ คือไม่ใช่ขับๆ หยุดๆ แล้วidling stop จะทำงาน  แต่ต้อง
ขับไปได้ระยะหนึ่งก่อน ตามที่ระบบเซ็ตไว้ Idling stop จึงจะทำงาน ซึ่งผมจำไม่ได้ว่าระยะ
เท่าไหร่และก็ลืมถามเซลล์ไปเลย เอาเป็นว่ามันทำงานไม่พร่ำเพรื่อละกาน และระบบยังนิ่งและ
เงียบมากทั้งตอนหยุดและออกตัวจนเราไม่รู้ตัว ถ้าไม่ดูที่หน้าจอแสดงผล

จากนั้นก็ขับกลับมาจอดรถที่โชว์รูมแล้วกดปุ่ม start engine อีกครั้งเครื่องยนต์จึงดับ
จากนั้นก็ลงมาสำรวจกระโปรงเก็บสัมภาระด้านท้ายรถก็ถือว่าโอเคครับ เก็บสัมภาระได้เยอะดี
ไม่ขอเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ เพราะไม่แน่ใจว่าใครใหญ่กว่าใครครับ ไม่ได้ลองเทียบดู แต่น่าจะเล็ก
กว่าซิตี้นะ ของนิสสันมันเหมือนเป็นคอคอดหน่ะ ส่วนรายละเอียดเครื่องยนต์ผมดูไม่เป็นครับ
ก็ไม่ขอพูดถึงอีก แต่ผมเห็นโฟมบริเวณกันชนหน้าและกันชนหลังไม่รู้มีไว้ทำไมครับ

ส่วนภายในก็กว้างขวางดีเบาะนั่งด้านหน้าผมว่าธรรมดาเพราะมันปรับเลื่อนได้อยู่แล้ว
แต่ด้านหลังยาวกว่าทั้งออส ตี้ และมาส2 ครับ สบายมากๆ แถมมีที่วางแก้วเบาะหลังให้อีก
ส่วนความสูงเพดานหลังที่ลาดเอียงมาผมลองเข้าไปนั่งดูแล้วมันพอๆกับยี่ห้ออื่นๆแหล่ะครับ
พอดีน้องมันขับซิตี้มาด้วยเลยลองนั่งเทียบกันเลย แต่ความรู้สึกผมก็ยังคิดว่ามันลาดเกินไปนะ
คนสูง ๑๗๕ ซม.นั่งสบายครับไม่ต้องห่วง เพราะผมเองนั่งยึดหลังจนสุดก็ยังไม่ชนเพดาน
แต่ถ้าสูงมากกว่านี้ คนที่นั่งแบบยึดหลังสุดๆคงไม่ได้แล้วหล่ะ

ส่วนวัสดุภายในพอดูจากเว็บไซต์แล้วพอไปดูตัวจริงผมว่ามันคนละเรื่องกันเลยครับ
ดูจากเว็บไซต์หรือตามรูปภาพต่างๆมันดูดีกว่าครับ เอาเป็นว่าใครเคยนั่งวีออส และมาสด้า2
มาแล้ว ผมว่ามันก๊องแก๊งพอๆกันครับ ในรถราคาใกล้เคียงกันผมว่าซิตี้น่าจะดูดีมากกว่า(ความรู้สึกส่วนตัวนะครับ)
แต่ทำไงได้ ผลิตไปตามราคานี่ครับรถราคาเท่านี้จะให้ดีเท่าๆ รถคันเป็นล้านคงไม่ได้
คือ ที่บ้านผมใช้ฟอร์จูนเนอร์,คัมรี่,isuzu อยู่ ฟอร์จูนเนอร์มันงั้นๆอยู่แล้ว แต่คัมรี่
มันสวยถูกใจ วัสดุก็โอเคไม่ก๊อกแก๊ง ผมก็เลยเอามาเปรียบเทียบกัน ซึ่งความจริง
เราจะเอามันมาเทียบกันไม่ได้หรอกครับ 

อีกเรื่องที่ดูจะทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ เห็นจะเป็นเรื่องของความเบาของรถครับ คือขอบอกก่อนว่า
ผมใช้ความรู้สึกตัวเองเป็นตัววัดนะครับ วัดตอนไหนก็วัดตอนขับนี่แหละครับ รถมันพุงดีจริง
ทั้งๆที่นั่งกัน ๕ คน แต่ถ้าลองเหยียบคันเร่งแบบย้ำๆ ช่วงความเร็ว ๘๐-๑๐๐ กม./ชม.
มันก็รู้สึกเหวงๆเหมือนกันครับ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะที่พวงมาลัยมันเบา หรือรถมันเบากันแน่่
มันพุงเหมือนจะลอยๆ 55 อันนี้ใช้ความรู้สึกเป็นตัววัดจริงๆ อย่าเอาเป็นมาตราฐานนะครับ
คือปกติผมเอารถ isuzu ที่บ้าน ขับไปไหนมาไหนบ่อยๆด้วยครับ เวลาเหยียบคันเร่งย้ำๆ
มันไม่เกิดความรู้สึกแบบนี้ เลยทำให้เกิดความรู้สึกว่ารถมันเบาหรือเปล่า คือถ้ามันพุ่งแบบvigo
ก็โอเค แต่นี่มันพุ่งแบบเหวงๆ แปลกๆในช่วงที่เราผ่อนและเหยีบคันเร่งเนี่ยครับ แต่ถ้าเราขับ
almera แบบปกติ คือ ค่อยๆ เหยียบไปเรื่่อยๆ ความรู้สึกนี้ไม่เกิดนะครับ มันจะออกไปทาง
นิ่มนวล สบายๆมากกว่า

สุดท้ายนี้...ต้องขอบอกว่าผมไม่ใช่เซียนรถ แค่อยากไปลองขับเพราะอยากจะหารถประหยัดๆ
เชื้องเพลิงไว้ใช้งานที่บ้านสักคันครับ ใช้ความรู้สึกส่วนตัวเป็นพื้นฐาน แต่ก็ประทับใจในสิ่งที่
almera มีให้มากับรถทั้งระบบความปลอดภัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกซึ่งมีมาอย่างเร้าใจ
แต่ก็ยังไม่ตกลงปลงใจจะซื้อนะครับ ไม่เดือนร้อนและไม่รีบร้อนครับ เพราะของแถมสำหรับรถที่เปิดตัวใหม่นั้น
แทบไม่มีอะไรเลย ไว้รอดูข้อเสอนหลายๆ ศูนย์ก่อนครับ

ที่มา pantip.com




ออฟไลน์ kaido

  • ไมล์ 101-300
  • *
  • กระทู้: 154
  • คะแนน Like 0
    • ดูรายละเอียด
Re: วันนี้ไป test drive นิสสัน almera มาครับ
« ตอบ #1 เมื่อ: 19ต.ค.2011, 17:40:01 »
ขอบคุณครับ


b16avtec

  • บุคคลทั่วไป
Re: วันนี้ไป test drive นิสสัน almera มาครับ
« ตอบ #2 เมื่อ: 19ต.ค.2011, 19:06:26 »
ใช้แล้วครับพวงมาลัยเบามากๆ ยิ่งวิ่งเร็วๆ หน้าไวมาก  อันนี้ผมว่าเป็นข้อเสียอย่างหนึง   emo5

แต่ที่หน้าไวอาจเป็นเพราะหน้ายางแคบก็ได้ครับ  emo25

ออฟไลน์ NU Camera

  • ไมล์ 50-100
  • *
  • กระทู้: 93
  • คะแนน Like 11
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
Re: วันนี้ไป test drive นิสสัน almera มาครับ
« ตอบ #3 เมื่อ: 12ธ.ค.2011, 13:09:16 »
ต้องขอไป test drive บ้างแล้วละ


ออฟไลน์ Noonung_CM

  • ATC. Staff Team
  • ไมล์ 2001-3000
  • *****
  • กระทู้: 2460
  • คะแนน Like 61
  • เพศ: ชาย
  • ATC.081
  • Awards 40 Bronze Medal Almera Drivers
    • ดูรายละเอียด
  • จังหวัด: เชียงใหม่
  • ชื่อเล่น: หนูหนึ่ง
Re: วันนี้ไป test drive นิสสัน almera มาครับ
« ตอบ #4 เมื่อ: 12ธ.ค.2011, 19:14:15 »
 emo17
ยิ่งคุยกันต่อก้อยิ่งเจ็บ......เพราะ
ถึงยังไงเราก้อไม่ใช่........
คนที่ใช่ของเขาอยู่ดี
                                 By Noo 1 ATC

ออฟไลน์ joby

  • ไมล์ 301-600
  • *
  • กระทู้: 507
  • คะแนน Like 6
  • เพศ: ชาย
  • ยินดีที่รู้จักครับ ^^
    • ดูรายละเอียด
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: JOB
Re: วันนี้ไป test drive นิสสัน almera มาครับ
« ตอบ #5 เมื่อ: 01ก.ย.2017, 14:25:57 »
ยางจะช่วยได้มากครับ

 


SimplePortal 2.3.5 © 2008-2012, SimplePortal