แสดงกระทู้

ส่วนนี้จะช่วยให้คุณสามารถดูกระทู้ทั้งหมดสมาชิกนี้ โปรดทราบว่าคุณสามารถเห็นเฉพาะกระทู้ในพื้นที่ที่คุณเข้าถึงในขณะนี้


ข้อความ - panne rattana

หน้า: [1] 2 3 ... 15
1
บัตรเครดิต คืออะไร? ปัจจุบันมีบัตรจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน รวมทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ มากมาย จนทำให้ใครหลายคนอาจสงสัยว่าบัตรแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร

บัตรเครดิตคืออะไร
บัตรเครดิต คือ บัตรที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินออกให้กับลูกค้าโดยมีวงเงินให้ลูกค้าใช้รูดเพื่อซื้อสินค้าและบริการต่างๆ โดยลูกค้าจะต้องชำระเงินให้กับธนาคาร หรือสถาบันการเงินในภายหลังตามรอบบัญชีในแต่ละเดือนที่ธนาคารกำหนด โดยปกติรอบบัญชีจะอยู่ที่ 45 – 55 วัน

ลูกค้าสามารถจ่ายเงินให้กับธนาคารตามรอบบัญชีด้วยจำนวนเงินเต็มจำนวนที่ใช้จ่ายไป หรือจำนวนขั้นต่ำก็ได้ หากลูกค้าจ่ายเงินตามจำนวนขั้นต่ำหรือจ่ายเงินเกินจากวันที่ตามรอบบัญชีที่กำหนด ลูกค้าจะต้องเสียดอกเบี้ยให้กับธนาคารในอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก คือ 20%ต่อปี

สำหรับค่าธรรมเนียมรายปีของบัตรเครดิตมักมีการยกเว้นในปีแรก ในปีต่อๆ ไปธนาคารจะกำหนดจำนวนเงินการใช้จ่ายของผู้ถือบัตร แต่ถ้าผู้ถือบัตรใช้จ่ายยอดไม่ถึงตามที่ธนาคารกำหนด ผู้ถือบัตรสามารถโทรแจ้งธนาคารเพื่อขอยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีได้

นอกจากนี้บัตรเครดิตยังสามารถกดเงินออกมาใช้ก่อนได้ โดยลูกค้าจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการกดเงินออกมาใช้ประมาณ 3% ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร และยอดเงินที่กดออกมาใช้ นอกจากต้องเสียค่าธรรมเนียมแล้ว การกดเงินออกมาใช้เปรียบเสมือนการยืมเงินมาใช้ก่อน ธนาคารจึงคิดดอกเบี้ยอีกประมาณ 25-28% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก ดังนั้นเราจึงไม่ควรกดเงินสดออกมาใช้

การใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์
การใช้บัตรเครดิตให้ได้ประโยชน์ ผู้ถือบัตรควรชำระเงินให้ตรงตามกำหนดเวลาทุกรอบบัญชีและชำระเต็มจำนวน ผู้ถือบัตรจะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยที่แพงมากให้กับธนาคาร นอกจากนี้ ผู้ถือบัตรไม่ควรกดเงินสดจากบัตรออกมาใช้ หากเราใช้บัตรด้วยความมีวินัย บัตรเครดิตจะมีประโยชน์และข้อดีมากมาย เช่น

แต่ละธนาคารจะมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้าผู้ถือบัตร เช่น การสะสมคะแนนเพื่อแลกของสมนาคุณต่างๆ มากมาย การได้รับส่วนลดจากร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ การได้รับเงินคืนเมื่อใช้บัตร อาจคืนในรูปของเงินเข้าบัญชีหรือคูปองเงินสดแลกซื้อของ นอกจากนี้ ผู้ถือบัตรสามารถผ่อนจ่ายสินค้านานถึง 3, 6, 12 เดือน โดยชำระดอกเบี้ย 0%


สินเชื่อบัตรกดเงินสดซิตี้ เรดดี้เครดิต คืออะไร มีไว้เพื่อใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง คลิ๊กที่นี่ http://www.checkraka.com/price/personal-loan-1-216/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%95-Citibank-Ready-Credit-%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%8C-Citibank-1411946/216/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%95-Citibank-Ready-Credit-%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%8C-Citibank-1411946/216/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%95-Citibank-Ready-Credit-%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%8C-Citibank-1411946/216/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%95-Citibank-Ready-Credit-%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%8C-Citibank-1411946/


2
เริ่ม 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2019 ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งศตวรรษ หลังจากที่ยานยนต์คันแรกได้ถือกำเนิดขึ้นบนโลก มันได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งรูปลักษณ์ภายนอก ความสะดวกสบายภายใน รวมถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์ และระบบรองรับ กระทั่งกลายเป็นยานพาหนะที่สมบูรณ์แบบแทบทุกด้านอย่างในปัจจุบัน

แรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เกิดพัฒนาการดังกล่าว ก็คือความฝัน จินตนาการ และความปรารถนาอันไม่สิ้นสุดของทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภคนั่นเอง เพราะหากปราศจากความฝันแล้ว ยานยนต์ก็คงเป็นเพียงพาหนะที่นำเราไปยังจุดหมายปลายทางเท่านั้น มิใช่นวัตกรรมที่รวบรวมสุดยอดเทคโนโลยีที่มนุษย์คิดค้นขึ้น

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ความฝันของผู้ผลิตและผู้บริโภคหลายอย่างไม่อาจเป็นจริงด้วยข้อจำกัดทางเทคโนโลยีที่ยังไม่ก้าวหน้าเพียงพอ เช่น เราไม่สามารถผลิตเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูง แต่ประหยัดเชื้อเพลิง หรือสร้างสรรค์ช่วงล่างที่เกาะถนนทรงตัวดีเยี่ยม แต่ให้ความรู้สึกนิ่มนวลแก่ผู้โดยสาร ตลอดจนไม่สามารถแก้ปัญหามลพิษจากไอเสียที่ปล่อยออกมา รวมถึงป้องกันอุบัติเหตุอันเกิดจากความบกพร่องและความประมาทของผู้ขับ

อย่างไรก็ตาม ด้วยความพยายามอย่างแข็งขันของวิศวกร ประกอบกับเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ทำให้ยานยนต์ยุคใหม่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ฝันไว้ทุกประการ นั่นคือ เป็นยานยนต์ที่ทั้งแรง ประหยัด สะดวกสบาย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ความฝันถึงยานยนต์ที่มีคุณสมบัติหลากหลายในหนึ่งเดียว นำไปสู่การพัฒนาอันน่าทึ่งหลายประการ เช่น การใช้วัสดุที่แข็งแรง ทนทาน ไม่แพ้เหล็กกล้า แต่มีน้ำหนักเบากว่า เช่น อลูมิเนียม และพลาสติคคุณภาพสูงมาผลิตโครงสร้าง และตัวถัง การผลิตเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กลง แต่ให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ การนำมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้ขับเคลื่อนร่วมกับเครื่องยนต์ ที่เรียกว่าระบบไฮบริด รวมถึงการขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ทั้งแบบที่ใช้แบทเตอรี เป็นแหล่งกำเนิดไฟฟ้า และแบบที่ใช้ไฮโดรเจน หรือเซลส์เชื้อเพลิง ซึ่งทำให้ปลอดมลพิษโดยสมบูรณ์

ขณะเดียวกัน ระบบรองรับ และระบบความปลอดภัย ทั้งเชิงป้องกัน และเชิงแก้ไข ก็มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมมาก โดยการนำระบบเซนเซอร์ และระบบสั่งการอัตโนมัติมาเสริม ช่วยให้นั่งสบาย และลดการเกิดอุบัติเหตุอย่างได้ผล ในทุกระดับความเร็ว และทุกสภาพเส้นทาง


MOTOR SHOW มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/motorshow/

3
พูดถึงงานแสดงรถยนต์ทั้งหลายที่ปัจจุบันจัดงานกันแบบถี่จนแทบจะเรียกว่ามีทุกไตรมาสให้เลือกแล้ว คงต้องยอมรับว่างานเหล่านี้เป็นงานที่สร้างให้บริษัทรถยนต์สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ เพิ่มพูดยอดขายได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับผู้บริโภคแล้ว ก็นับว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับลูกค้าเช่นกัน
 

1.ดูรถก่อนโชว์รูม
ในงานแสดงรถยนต์ปัจจุบัน ส่วนใหญ่แล้วบริษัทรถยนต์จะเก็บทีเด็ดไว้ที่งานแสดงรถยนต์มากกว่าปล่อยไปที่โชว์ รถยนต์บางรุ่นที่เตรียมจะทำตลาด หรือบางรุ่นที่คาดว่าจะขาย มักถูกนำมาแสดงภายในงานมหกรรมเหล่านี้ เนื่องจากลูกค้าสามารถเดินทางมาได้สะดวก ดังนั้นรถที่จะทำตลาดบางรุ่นอาจจะมีเฉพาะภายในงานเท่านั้น อย่างเช่น   Toyota  C-HR   
 

2.ดูเปรียบเทียบได้
ข้อดีต่อมา ของการซื้อรถยนต์ภายในงานมหกรรมยานยนต์ทั้งหลาย คงไม่พ้นการที่คุณสามารถดูรถเปรียบเทียบได้ตามต้องการเท่าที่อยากจะดู จะเปรียบเทียบรถกลุ่มเดียวกัน ข้ามกลุ่ม หรือจะกี่ยี่ห้อ ก็สามารถทำได้ โดยไม่เสียเงินค่าเดินทางมากมาย ขอแค่มางานเหล่านี้ เสียค่าบัตรเข้าชม (หรือจะหาบัตรฟรีจากสื่อมวลชน) ก็เข้มาดูรถช็อปให้สนุกเพลินใจตามความต้องการได้เลยครับ


3.ทดลองขับได้
เคยไหมครับ ไปที่โชว์รูมแล้วอยากจะลองขับรถที่เรากำลังเล็งไว้ ปรากฏที่โชว์รูมไม่มีรถให้ลองขับ ไปเสียเที่ยวเสียเวลาจริงๆ การมางานมหกรรมช่วยลดปัญหาได้ชะงัก รถอะไรที่เปิดตัวแล้ว มีให้ลองขับกันจนหนำใจ นอกจากนี้คุณยังสามารถขับเปรียบเทียบกันได้ ถึงจะเป็นช่วงสั้นๆ ในการทดลอง แต่คุณก็ยังมีโอกาสได้จับรถ ดีกว่าไม่ได้จับเลยจริงไหม
 

4.อาจได้รถฟรีอีกคัน
เพื่อกระตุ้นยอดขายภายในงานมหกรรม โดยส่วนใหญ่แล้วทางผู้จัดงาน จะมีโปรโมชั่นพิเศษช่วยกระตุ้นยอดขายยอดจองภายในงานมหกรรมยานยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วโปรโมชั่นที่ทางผู้จัดนำเสนอ จะให้ลุ้นรถอีกคัน งานนี้ถ้าทำบุญมาเยอะ ดวงดี คุณอาจมีบารมีขับรถอีกคันก็ได้นะ


5.เลือกเซลล์ได้
เวลาไปงานมหกรรมยานยนต์ทั้งหลาย จะมีเซลล์มากมายมาจากหลายโชว์รูมตามแต่คิวที่จะเวียนมาเข้างานมหกรรมยานยนต์ ข้อดีของการไปงานเหล่านี้ คือคุณสามารถที่จะเลือกเซลล์ที่ถูกชะตา หรือมีโชว์รูมใกล้บ้านได้ ผิดกับเวลาคุณไปโชว์รูม เซลล์จะมีคิวในการรับลูกค้าที่เดินเข้ามาในโชว์รูม คุณจะไม่สามารถเลือกเซลล์ได้ บางทีเจอเซลล์เขี้ยวก็มี แต่ถ้าคุณมางานมหกรรมแล้วค่อนข้างขยันมา อาจจะเจอเซลล์ใจดีก็ได้ครับ


รถใหม่ มอเตอร์เอ็กซ์โป 2018 : ข้อดี ซื้อรถในงานมหกรรมยานยนต์ คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/motorexpo/2018/11553/

4
เปิดตัวในไทยเรียบร้อยแล้วสำหรับ Samsung Galaxy Note 9 ทายาทซีรีย์ Note รุ่นล่าสุดของ ซัมซุง เรียกได้ว่าไม่ปล่อยให้แฟนคลับรอนาน เพราะพอเปิดตัวที่ New York ปั๊ป เช้ารุ่งขึ้นซัมซุงไทยก็ Pre-Launch ทันที โดยการมาครั้งนี้ของ Note 9 น่าจะเป็นการปรับปรุงเพิ่มเติมในส่วนที่ทาง Note 8 ขาดอยู่ให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น รวมถึงการตีบวกอาวุธเด็ดของซีรีย์อย่างปากกา S Pen ให้สามารถเชื่อมต่อ Bluetooth ได้แล้ว ยิ่งทำให้การใช้งานบนซีรีย์ Note ดูสมบูรณ์แบบมากขึ้น ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมเป็นอย่างไร มีจุดไหนที่น่าสนใจบ้าง ติดตามได้จากข้างล่างเลยครับ

Samsung Galaxy Note 9 มาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องสไตล์ Infinity Display ที่เป็นเอกลักษณ์ของซัมซุงตลอดช่วงสอง-สามปีที่ผ่านมา ในขณะที่ภาพรวมของดีไซน์ยังคงเหมือน Note 8 เกือบทั้งหมด ด้านหน้าตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอแสดงผล Infinity Display (Super AMOLED) ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 2960x1440 พิกเซล มีมิติตัวเครื่องกว้าง 76.4 x สูง 161.9 x หนา 8.8 มิลลิเมตร มีน้ำหนักตัวเครื่องรวม 201 กรัม

ด้านบนของตัวเครื่อง มีไมค์ตัดเสียงรบกวน และช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot ซึ่งต้องเลือกใช้งานระหว่างซิมการ์ดที่สองกับMicroSD Card

ด้านล่างของตัวเครื่อง มีรูเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, พอร์ต USB-C, ลำโพงเสียง, ไมค์สนทนา และช่องสำหรับเก็บปากกา S Pen

สเปก & จุดเด่น (Spec & Hilight)
รายละเอียดสเปกตัวเครื่องของ Samsung Galaxy Note 9
หน้าจอแสดงผล Infimity Display ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD+
CPU Octa-core Exynos 9810
GPU Mali G72 MP18
RAM 6/8GB
ROM 128/512GB
กล้องถ่ายรูปคู่ความละเอียด 12+12 ล้านพิกเซล (F1.5/F2.4)
กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (F1.7)
Android OS 8.1 Oreo
Dual SIM Dual 4G
S-Pen Bluetooth
S-Pen Application
Battery 4000 mAh


Samsung Galaxy Note 9 ครบเครื่องมากขึ้น ตีบวก S-pen ติด Bluetooth คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/mobilephone/%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87-SAMSUNG-Galaxy-Note-9-128GB-1449713/

5
1. ควรจะหลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารที่แข็ง เหนียวและกรอบทั้งหลาย เช่น การเคี้ยวลูกอม ท้อฟฟี่ ก้อนน้ำแข็ง ปลาหมึก ถั่ว ลูกอม ท้อฟฟี่ และหมากฝรั่ง เพราะอาจจะทำให้เครื่องมือจัดฟันหลุดได้

2. ควรรับประทานอาหารเป็นชิ้นเล็กๆ โดยเฉพาะการรับประทานผัก ผลไม้ และเคี้ยวด้วยฟันกรามข้างหลัง หรือเลือกรับประทานของอ่อน ๆ

3. เมื่อทันตแพทย์ติดเครื่องมือจัดฟันหรือหลังจากการปรับเครื่องมือจัดฟัน มักจะเจ็บฟันและอาจมีแผลเกิดขึ้นในช่องปาก ซึ่งอาการจะค่อย ๆ เบาลงในสัปดาห์ที่ 2 และวิธีแก้อาการเจ็บจากโดนเครื่องมือเกี่ยวกระพุ้งแก้มหรือการระคายเคือง โดยให้ใช้ขี้ผึ้งที่ได้รับจากทันตแพทย์ทาปิดทับบริเวณที่ แหลมคมและควรการดื่มน้ำให้มาก เพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น

4. หากมีปลายลวดงอมาแทงแก้มหรือริมฝีปาก ให้ใช้ของไม่มีคม เช่น ยางลบปลายดินสอเช็ดแอลกอฮอล์ กดปลายลวดเข้าไป

5. แปรงฟันหรือบ้วนปากทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อลดการเกิดฟันผุในระหว่างการจัดฟัน

6. ทุกๆ 6 เดือน ควรพบทันตแพทย์เพื่อทำการขูดหินปูน อุดฟันผุ และรักษาสุขภาพช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ

2 สูตรยาสีฟันทำได้เอง ฟันขาวจัด ประหยัดงบสุดๆ

สำหรับคนจัดฟันหรือคนทั่วไปที่มีปัญหาฟันเหลือง หรือเพราะกินชา กาแฟ มากเกินไป จนทำให้สีของฟันนั้นไม่ขาวใสเหมือนเดิม วันนี้เรามีสูตรยาสีฟันพิเศษมาแนะนำเพื่อนๆกัน เพราะฟันนั้นเป็นสิ่งสำคัญและเราไม่ควรมองข้ามเรื่องสุขภาพในช่องปาก เอาละ วันนี้เรามาดูสูตรยาสีฟันฟอกฟันขาว ซึ่งการันตีโดยเหล่าบลอคเกอร์ทั้งในและต่างประเทศว่ามันได้ผลจริงๆ แถมยังหาวัตถุดิบง่ายอีกด้วยนะ ชอบใจสูตรไหนไปลองกันเลย!

สูตรที่ 1 สูตรถ่านฟอกฟันให้ขาวขึ้น

สูตรนี้ง่ายขั้นเทพ เพียงแค่เรานำถ่านกัมมันต์ หรือ Activated Charcoal ที่มีจำหน่ายตามร้านขายยา มาบดให้ละเอียด เอาแปรงสีฟันเปียกน้ำมาแตะผงถ่าน ใช้แปรงฟันแทนยาสีฟันต่อเนื่องนาน 5 นาที จากนั้นจึงค่อยแปรงออกด้วยยาสีฟันปกติให้สะอาดอีกครั้ง ฟันจะขาวขึ้นได้ 1-2 เฉดแบบธรรมชาติสุดๆ ค่ะ

สูตรที่ 2 สูตรน้ำมันมะพร้าว+เบกกิ้งโซดา

ส่วนสูตรนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบกลิ่นและรสชาติ เพราะได้กลิ่นหอมของน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันหอมระเหย รวมถึงมีรสหวานหน่อยๆ ทำให้แปรงได้ง่ายขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคล้ายกับการทำออยล์พูลลิ่ง (Oil Pulling) คือช่วยขจัดแบคทีเรีย และยังทำให้ฟันของเราขาวขึ้นด้วยค่ะ

วัตถุดิบ

– น้ำมันมะพร้าว 1/2 ถ้วยตวง
– เบกกิ้งโซดา 2-3 ช้อนโต๊ะ
– ไซลิทอล (สารให้ความหวานแทนน้ำตาล) บด/ปั่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
– น้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบ สำหรับใช้ทำอาหารได้ (Food grade) 10 หยด


จัดฟันบางนา 6 ข้อปฏิบัติในระหว่างการจัดฟัน คลิ๊กที่นี่ https://www.idolsmiledental.com/จัดฟันบางนา/

6
ผู้หญิงหลายคนอยากมีผิวขาว ด้วยสภาวะในปัจจุบันที่ทำให้มลภาวะรอบตัวนำมาซึ่งการกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระง่าย และแสงแดดก็คือ ตัวการทำลายผิวให้หมองคล้ำ วันนี้สาวคนไหนอยากผิวขาว เราเลยนำวิธีทำให้ผิวขาวมาฝาก ต้องทำอย่างไรบ้าง ไปติดตามกันค่ะ

1.ทาครีมบำรุงผิวขาว

ปัจจุบันมีครีมบำรุงผิวขาวมากมายให้เราเลือกใช้หลากหลายยี่ห้อ สาวๆ อาจจะเลือกยี่ห้อที่ตรงใจ เหมาะสมกับสภาพผิวมาใช้ โดยควรเลือกครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมจากไวท์เทนนิ่ง โดยนำมาทาสำหรับตอนเย็น และควรทาซ้ำอีกครั้งก่อนเข้านอน เพื่อจะช่วยให้การทำงานของครีมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับตอนกลางวันก็ให้ทาบำรุงด้วยไวท์เทนนิ่งแค่บางเบา จากนั้นทาทับด้วยครีมกันแดด หรืออาจจะใช้ไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมจากสารกันแดดในตัวก็ได้

2.ทาครีมกันแดดทุกวัน

ครีมกันแดด คือตัวช่วยทำให้ผิวขาวได้อย่างแท้จริง เรียกว่าเป็นไวท์เทนนิ่งชั้นเลิศที่สาวๆ ควรทาทุกวันก็ว่าได้ เพราะแสงแดดเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำร้ายผิวสาวให้หมองคล้ำง่าย แต่หากเราทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน ก็ย่อมช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ได้นั่นเอง แนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF ที่เหมาะสม หากสาวๆ อยู่บ้านอาจจะทาที่ค่า SPF 15-30 แต่หากออกนอกบ้านหรือมีกิจกรรมกลางแจ้งก็อาจทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 และควรหมั่นทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้ประสิทธิภาพในการปกป้องแสงแดดทำงานได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม หากหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดได้ก็จะยิ่งดีมากหรือใช้ตัวอย่างช่วยการกางร่มหรือสวมหมวก เพื่อกันแดดอีกชั้นก็จะดีเยี่ยมทีเดียว คราวนี้ผิวสาวๆ ก็จะคงความขาวใสได้ดังเดิมแล้ว

3.สครับผิวเพื่อคืนความกระจ่างใส

ให้หมั่นสครับผิวเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก จะทำให้ผิวกระจ่างใสและนวลเนียนขึ้น ไม่ว่าจะใช้เม็ดสครับแบบสำเร็จรูปที่มีความอ่อนโยนต่อผิว หรือใช้ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวซึ่งจะมี AHA ในตัวอย่าง มะขามเปียก มะนาว ส้ม สัปปะรด แล้วนำมาขัดผิวก็ได้ ซึ่งจะทำให้ผิวขาวใสขึ้นได้ดีมากทีเดียว นอกจากนี้ อย่าลืมหาเวลาว่างมาพอกผิวกันบ้างนะคะ โดยอาจใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติมาพอกก็ได้ เช่น มะขามเปียก มะนาว เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งผสมกับโยเกิร์ต หรือนมและน้ำผึ้ง ฯลฯ หรือจะมิกซ์สูตรเอาเองแบบไหนก็ได้ นำมาพอกผิวหน้าและผิวกายเป็นประจำ รับรองผิวขาวใสแน่นอน


3 วิธีทำให้ผิวขาวใส คล้ำแค่ไหนก็ขาวใสได้ชัวร์ คลิ๊กที่นี่ https://www.beautysanta.com/

7
ทดสอบการทำงานของตู้ Fire Alarm Control Panel เพื่อแสดงผลการตรวจจับควันและความร้อนจาก Heat และ Smoke Detector

ทดสอบการทำงานของ Manual Station & Alarm Bell ทดสอบการทำงานของ อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน ,ตรวจจับควัน ,ตรวจจับควันชนิดลำแสง
ทำการทดสอบระบบไฟฟ้าสำรองของชุดควบคุม Fire Alarm Control Panel
– Emergency lighting
– Fire safety signs
– Firefighting equipment

การตรวจสอบและทดสอบอุปกรณ์ของระบบดับเพลิง
1. เครื่องมือดับเพลิงมือถือ
1.1 การตรวจสอบประจำเดือน
– ชนิดของเครื่องดับเพลิงติดถูกต้องตามประเภทของเชื้อเพลิงหรือไม่
– สังเกตเห็นและเข้าถึงเพื่อใช้งานสะดวกไหม ต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง
– มาตรวัดความดันอ่านค่าได้ปกติหรือไม่
– สภาพอุปกรณ์ชำรุดเสียหายหรือไม่
1.2 การทดสอบ
– ทำการทดสอบการรับความดัน (Hydrostaic Test) ทุกๆ 5 ปี
2. เครื่องสูบน้ำดับเพลิง
2.1 เครื่องสูบน้ำดับเพลิงด้วยเครื่องยนต์ดีเซล
– ทดสอบการทำงานอย่างน้อย 30 นาที ทุกสัปดาห์ ตรวจสภาพเครื่องสูบน้ำและชุดควบคุมการทำงาน
– ตรวจสอบแบตเตอรี่
– ระบบหล่อหลื่น
– ระบบน้ำมันและน้ำมันเชื้อเพลิง
– เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด แต่ไม่น้อยกว่าปีละครั้ง
– ระดับน้ำกรด-น้ำกลั่น
– ทดสอบการทำงานควบคุมอัตโนมัติโดยผ่าน โซลีนอยส์วาลว์
2.2 เครื่องสูบน้ำดับเพลิงขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
– ทดสอบการทำงานทุกๆเดือน
3. หัวรับน้ำดับเพลิง (Fire Department connection/FDC)
– สังเกตเห็นชัดเจนและเข้าถึงโดยสะดวก
– ตรวจสอบอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
– ตรวจสอบอุปกรณ์อยู่ครบไม่มีน้ำรั่วซึม
4. หัวดับเพลิงนอกอาคาร (Hydrants)
– ตรวจสอบหัวดับเพลิงสาธารณะที่อยู่ใกล้อาคารมีสภาพที่ดี
– หัวดับเพลิงของอาคารตรวจสอบเดือนละครั้ง พร้อมหล่อลื่นหัวดับเพลิงปีละ 2 ครั้ง
– ทดสอบการ เปิด – ปิด เพื่อให้แน่ใจว่ามีน้ำไหลออกจากหัวดับเพลิงปีละ 1 ครั้ง
5. ถังน้ำดับเพลิง
– ตรวจสอบระดับน้ำในถังเป็นประจำ
– ตรวจสอบสภาพทั่วไปของถังน้ำ
6. สายฉีดน้ำดับเพลิงและตู้เก็บสายฉีด
– ตรวจสอบสภาพและจำนวนอุปกรณ์ครบ เดือนละ 1 ครั้ง
– วาล์ว ควบคุมจะต้องอยู่สภาพดีไม่มีน้ำรั่วซึม
7. ระบบกระจายน้ำดับเพลิง (Automatic Spriklers)
– ตรวจสอบสภาพเป็นประจำ ไม่ชำรุด รั่วซึม หรือถูกบดบังกีดขวาง การกระจายน้ำดับเพลิง
– หัวกระจายน้ำดับเพลิงที่ใช้อาจเป็นเวลา 50 ปี จะต้องสุ่มทดสอบการทำงานในห้องทดสอบและต้องกระทำ ลักษณะเดียวกันนี้ ทกุๆ 10 ปี


บริการจัดการอาคาร ตรวจทดสอบ ระบบแจ้งเหตุอัคคีภัย ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ คลิ๊กที่นี่ http://snss.co.th/dt_post/technical-services/

8
กินผักกันเถอะเรา ชวนทำเมนูผักยัดไส้ สูตรอาหารไทยเคี้ยวนุ่มยัดไส้เนื้อสัตว์เน้น ๆ จะกินเล่นหรือกินกับข้าวสวยก็อร่อย ใครอยากฝากท้องแวะมาเคาะประตูบ้านได้เลย

วันหยุดอยากกินเมนูผักยัดไส้ แบบง่าย ๆ ที่นึกออกก็มีแค่เมนูแกงจืดมะระยัดไส้หมูสับกับเมนูแกงจืดแตงกวายัดไส้ที่ทำจนเอียนแล้ว ใครเบื่อ ๆ ก็ลองเอาผักแบบอื่น ๆ มายัดไส้บ้างดีไหม ขอนำเสนอวิธีทำผักยัดไส้ เช่น ผักกาดยัดไส้หมู ฟักทองยัดไส้หมู มะเขือเทศยัดไส้หมู บอกเลยว่าเด็ดทุกเมนู แถมย่อยง่ายอีกด้วย

1. แกงจืดมะระยัดไส้หมูสับ

เริ่มกันที่เมนูผักยัดไส้สุดคลาสสิกนั่นคือ เมนูแกงจืดมะระยัดไส้หมูสับ สูตรจาก ครัวตุ๊กตา สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับมะระหั่นเป็นท่อนแล้วยัดหมูสับปรุงรสกับวุ้นเส้นลงไป แค่นี้ก็เอาไปต้มกับน้ำซุปกระดูกหมูจนสุกนิ่มตามชอบ

ส่วนผสม หมูสับสำหรับยัดไส้

• หมูสับ
• กระเทียม 5 กลีบ
• พริกไทยป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
• รากผักชี 1 ราก
• ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
• วุ้นเส้น (แช่น้ำให้นิ่ม) 1 ห่อเล็ก

ส่วนผสม แกงจืดมะระยัดไส้

• มะระ 2 ลูก
• น้ำซุปกระดูกหมู 1 หม้อ (หรือน้ำซุปหมู, น้ำซุปไก่ 3 ลิตร)
• น่องไก่ 2 น่อง (หรือกระดูกหมู)
• เห็ดหอมแช่น้ำ 3 ดอก
• รากผักชี 1 ต้น
• กระเทียม
• พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
• ซีอิ๊วขาว 4 ช้อนโต๊ะ


อาหารเพื่อสุขภาพ สูตรทำผักยัดไส้ รวมเมนูอร่อยเติมโปรตีนย่อยง่ายเพื่อสายผัก คลิ๊กที่นี่ http://thetastefood.com/อาหารเพื่อสุขภาพ/

9
วันนี้จะมาแนะแนวทางการดูแลผลิตภัณฑ์เครื่องครัวต่างๆ และอุปกรณ์ที่เราต้องใช้ในครัวกัน

1. สำหรับการใช้งานปกติ สามารถใช้น้ำยาล้างจานกับฟองน้ำนุ่มล้างและเช็ดให้แห้งทันที ไม่ควรใช้ฝอยแข็งขัด เพราะจะทำให้ผิวสแตนเลสเป็นรอย

2.หากเกิดคราบดำ หรือเศษอาหารติดแน่นให้ใช้ผงขัดสแตนเลสแบบครีมหรือแบบน้ำ ขัดเบา ๆ ตามคำแนะนำ แล้วล้างด้วยน้ำยาล้างจานตามปกติ

3. หากใช้สแตนเลสบรรจุอาหาร หรือน้ำ ควรทำความสะอาดภาชนะทุกสัปดาห์ แล้วเช็ดให้แห้งเพื่อลดการเกิดสนิม และ ไม่ควรบรรจุกรดเข้มข้นทุกชนิด เช่น กะปิ, สารส้ม ทิ้งไว้นาน ๆ เพราะจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง

วิธีเก็บรักษามีดให้ใช้ได้นาน

อย่าแช่มีดไว้ในอ่างน้ำนานๆ จะทำให้ด้ามเสียเร็ว เมื่อใช้แล้วต้องล้างทันที ล้างแล้วควรเช็ดให้แห้ง ควรเก็บไว้ในที่เสียบข้างฝา เพื่อไม่ให้คมกระทบกัน และเพื่อตากให้ด้ามแห้ง ไม้จะไม่ยุ่ย

วิธีการเก็บรักษาเขียงไม่ให้ขึ้นรา

หลังจากที่เราใช้เขียงในการหั่นผักหั่นหมูเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ให้เราล้างเขียงให้สะอาด ขูดเอาสิ่งสกปรกออก จากนั้นก็นำเกลือมาทาให้ทั่วเขียงตากแดดเอาไว้ให้แห้งสักนิดแล้วนำเข้ามาเก็บในร่มไม่ให้โดนฝน แค่นี้เราก็มีเขียงไว้ใช้นานๆแล้วค่ะไม่ต้องเปลืองตังค์ชื้อเขียงใหม่บ่อยๆค่ะ เพื่อนรู้แล้วก็อย่าลืมไปลองทำกันนะคะ

วิธีขจัดคราบน้ำมันมีดังนี้

ในน้ำต้มหมี่จะมีด่างมาก ให้ใช้ผ้าจุ่มน้ำต้มเส้น, เนยถั่ว แระนำมาเช็ดเตาอบ เตาแก๊ส และเครื่องครัวอื่นๆ จะทำให้เครื่องครัวต่างๆ สะอาดเงางามเหมือเดิม


การดูแลเครื่องครัวและอุปกรณ์ คลิ๊กที่นี่ https://www.parpaikin.com/เครื่องครัว/

10
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คอนโดมีเนียม เป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจอย่างมาก ยิ่งในปัจจุบันวิถีชีวิตคนไทยเน้นอาศัยความเป็นอยู่ที่สุขสบาย

การซื้อบ้านเป็นเรื่องที่ทำให้ตัดสินใจยากมากขึ้นเพราะด้วยระยะทางเป็นปัจจัยหลักในการเดินทาง เพราะหมู่บ้านใหม่ๆราคาถูก มักถูกสร้างอยู่ในพื้นที่ชานเมือง เดินทางยาก ใช้เวลาในการเดินทางไปทำงานอยู่หลายชั่วโมง ดังนั้นคอนโดมิเนียนจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด โดยเฉพาะเมื่อมักสร้างใกล้แนวรถไฟฟ้าทำให้ใช้เวลาเดินทางไม่มาก ซึ่งผู้ที่ซื้อคอนโดมิเนียมก่อนย่อมได้กำไรมากกว่าผู้ที่ซื้อทีหลัง การลงทุนอสังหาริมทรัพย์สามารถเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นมหาเศรษฐีได้ในชั่วข้ามคืนถ้ารู้เทคนิคการเลือกซื้อ อย่างไรก็ดีการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงแต่ถ้าเราศึกษาอย่างละเอียดแล้วจะช่วยเราลดอัตราความเสี่ยงให้เหลือน้อยลงได้เลยทีเดียว

เทคนิคการเลือกคอนโดมิเนียม
1.ทำเลที่ตั้ง คงไม่พ้นในเรื่องของการเดินทางที่สะดวกด้วยเหตุนี้โครงการที่ทำเลดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง สามารถชี้วัดได้ว่าคุ้มค่ากับการลงทุนมากน้อยแค่ไหน ยิ่งทำเลอยู่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวก ติดโครงการรถไฟฟ้า ติดถนนใหญ่ หรือแม้กระทั่งห้างสรรพสินค้า โรงเรียน ยิ่งเป็นที่น่าสนใจเหมาะกับการลงทุนอย่างมากเพราะทำเลแบบนี้ราคาก็จะเพิ่มขึ้นทุกวันไม่มีวันลดลง

2.ราคา เป็นสิ่งหลักที่ต้องดูให้ดีถูกแพงอยู่ที่ตารางเมตร ต้องเอาพื้นที่มาเปรียบเทียบราคา คอนโดบางแห่งราคาถูกแต่เมื่อมาเทียบดูดีๆแล้วมีพื้นที่ใช้สอยน้อยกว่า ก่อนจะตัดสินใจซื้อควรศึกษาจากหลายๆที่ ควรเลือกคอนโดที่อยู่ในเกรดเดียวกันแต่ราคาต่างกัน เช่นติดกับรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า และมีสิ่งอำนวยความสะดวก จะได้เหลือเงินส่วนที่เหลือมาแต่งห้องเก๋ๆค่ะ

3.ทัศนียภาพดี ถ้ามีงบประมาณควรเลือกห้องที่มีวิวสวยยิ่งได้คอนโดที่สูงไม่มีตึกบังแล้วย่อมได้เปรียบ ควรซื้อห้องสวย หรู ทำเลดี โครงการดี สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการดี มันจะเป็นสิ่งที่ช่วยคนตัดสินใจได้ง่ายว่าควรซื้อหรือเช่าห้องนี้ไหม ยิ่งสูงเท่าไหร่ยิ่งขายได้เร็วเพราะทำให้รู้สึกโปร่งโล่งสบาย ชีวิตไม่อึดอัดและที่นี้จะทำให้ผู้พักได้รู้สึกถึงเป็นที่พักอาศัยเพื่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะชาวต่างชาติสามารถปล่อยให้เช่าห้องในราคาที่สูงอีกด้วย


เทคนิคการเลือก คอนโดติดรถไฟฟ้า ให้คุ้มค่าต่อการลงทุน คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/คอนโดติดรถไฟฟ้า/

11
การดูดซับเสียงหรือการควบคุมเสียงสะท้อน (Sound Absorption) การออกแบบห้องที่ต้องการลดเสียงสะท้อน เช่น ห้องประชุม, โรงละคร, โรงภาพยนตร์, ห้องบรรยาย, ห้องดูหนัง – ฟังเพลง, ห้องคาราโอเกะ


หากมีเสียงสะท้อน หรือเสียงก้องเกิดขี้น จะทำให้ประสิทธิภาพของเสียงที่หูของผู้ฟังได้ยินอาจลดประสิทธิภาพลงไป ดังนั้นต้องออกแบบให้มีวัสดุที่สามารถดูดซับเสียงได้ดี เพื่อป้องกันเสียงที่มากระทบฝ้าเพดาน พื้น ผนัง โดยสามารถดูได้จากค่า NRC ซึ่งเป็นค่าที่ระบุความสามารถการดูดซับเสียงของวัสดุต่าง
วัสดุทุกชนิดสามารถดูดซับเสียงได้ในระดับที่แตกต่างกันไป เมื่อคลื่นเสียงวิ่งกระทบวัสดุ จะมีบางส่วนของพลังงานเสียงถูกดูดซับและที่เหลือจะสะท้อนออกไป และเสียงที่สะท้อนออกไปนั้นจะมีพลังงานน้อยกว่าแหล่งกำเนิดเสียงเสมอ และพลังงานเสียงที่ถูกดูดซับเข้าไปจะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังงานรูปอื่น โดยทั่วไปจะเป็นความร้อน และจำนวนพลังงานที่ถูกดูดซับเข้าไปจะถูกแสดงในรูปของสัมประสิทธิ์การดูดซับเสียง (Sound Absorption Coefficient) คือค่าที่แสดงความสามารถในการดูดซับเสียงของวัสดุ ถ้าหากใช้วัสดุที่ดูดซับเสียงไม่ดีจะทำให้เกิดเสียงก้องภายในห้องนั้น ๆ ได้ สามารถพิจารณาค่าต่าง ๆ ได้เป็น 2 ลักษณะ คือ


Sound Absorption Coefficient (SAC)
SAC หมายถึงสัตว์ส่วนของพลังงานเสียงที่ถูกดูดซับไปเมื่อชนกระทบ เทียบกับพลังเสียงจากแหล่งกำเนิด ยกตัวอย่าง เช่น มีวัสดุหนึ่งมีค่า SAC 0.85 นั่นก็หมายความว่าพลังเสียง 85% ได้ถูกดูดซับไว้เมื่อเคลื่อนที่ไปชนกับวัสดุนี้ และ 15% ของพลังงานที่เทียบกับแหล่งกำเนิดจะสะท้อนออกมา ค่าการดูดซับเสียงของทุกวัสดุจะแปรผันกับความถี่ของเสียงที่เข้าไปกระทบ ดังนั้นค่าการดูดซับเสียง (SAC) จะถูกวัดที่หลายความถี่คือ 125, 250, 500, 1,000, 2,000 และ 4,000Hz ความถี่เหล่านี้เป็นความถี่ตรงกลางของเสียงที่วิ่งกระทบน้อยมากที่จะมีการใช้ค่า SAC ของเสียงที่ช่วงความถี่เดียวในการออกแบบทางสถาปัตยกรรม หรือระบุว่าวัสดุใด ๆ มีค่า SAC เป็นเท่าไร ในการออกแบบสถาปัตยกรรมค่า SAC จะเป็นค่าดูดซับเสียงที่ความถี่ที่เจาะจงเท่านั้น


ฉนวนกันเสียงและความรู้เบื้องต้น ACOUSTICS KNOWLEDGE คลิ๊กที่นี่ https://www.noisecontrol.company/

12
ปัญหาห้องน้ำมีกลิ่นหรือส้วมมีกลิ่นแรง ส่วนใหญ่เกือบ 100% มาจากท่อน้ำทิ้งที่อยู่ในห้องน้ำที่มีกลิ่นนั้น จะเห็นได้ว่าห้องน้ำบางห้องไม่มีกลิ่น แต่บางห้องกลับมีกลิ่นแรงลอยขึ้นมาตามท่อน้ำทิ้ง ปัญหานี้พบทั้งบ้านอยู่อาศัยทั่วๆไป ทั้งบ้านใหม่และบ้านเก่า คอนโด โรงแรม อพาร์ทเม้นท์เซอร์วิส จะมีกลิ่นเหม็นเพียงบางห้องเท่านั้น

สาเหตุของกลิ่นเหม็นในห้องน้ำเกิดจาก

1. การสะสมจากของเสียที่ใช้ประจำวัน เช่น น้ำสบู่ น้ำแชมพู และอื่นๆที่ใช้ในห้องน้ำ ของเสียเหล่านี้จะถูกชะล้างลงตามท่อน้ำทิ้ง และจะมีบางส่วนของของเสียที่เกาะติดอยู่ข้างท่อน้ำทิ้ง ซึ่งท่อน้ำทิ้งส่วนใหญ่จะเป็นท่อพีวีซี เมื่อนานๆเข้าของเสียเหล่านี้จะส่งกลิ่นเหม็นลอยขึ้นมาตามท่อน้ำทิ้ง

2. ท่อน้ำทิ้งนั้นต่อตรงเข้ากับบ่อเกรอะ โดยเฉพาะบ้านรุ่นเก่า มักจะต่อท่อน้ำทิ้งเข้ากับบ่อเกรอะ ( ตามปกติต้องแยกท่อน้ำทิ้งไว้ต่างหาก ต้องไม่รวมเข้ากับบ่อเกอระ ) ช่วงที่ฝนกำลังตกหรือฝนตกใหม่ๆจะมีกลิ่นจากบ่อเกรอะลอยขึ้นมาตามท่อน้ำทิ้งได้ หรือช่วงฤดูหนาวจะมีกลิ่นลอยขึ้นมา ถ้าอยู่ใกล้กับห้องแอร์จะดูดกลิ่นเหล่านี้เข้าไปภายในห้องแอร์

การแก้ปัญหากลิ่นเหม็นจากท่อน้ำทิ้งและห้องน้ำ

– จากข้อ 1 และ 2 สามารถใช้จุลินทรีย์อีเอ็มเทราดที่ท่อน้ำทิ้งได้เลย เทลงไปประมาณ 4-5 ลิตรต่อจุดของท่อน้ำทิ้งที่มีกลิ่น และส่วนหนึ่งเทลงในโถส้วม นำอีกส่วนผสมน้ำครึ่งต่อครึ่งทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ ( ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของแม่บ้านทำความสะอาด )ใช้ขัดและทำความสะอาดพื้นห้องน้ำให้ทั่วๆวันละครั้ง กลิ่นที่เหม็นก็จะหายไป

– กรณีปัญหาที่มาจากข้อที่ 2 เป็นไปได้ให้แก้ไขที่ต้นเหตุคือการรื้อท่อน้ำทิ้งแยกออกมาจากบ่อเกรอะใหม่ทั้งหมด แต่ในบางกรณีอาจทำได้ยาก กรณีไม่สามารถรื้อได้ ก็สามารถใช้จุลินทรีย์กำจัดกลิ่นได้ แต่ต้องใช้อย่างต่อเนื่อง ( ตราบใดที่ของเสียยังมีอย่างต่อเนื่อง )

หมายเหตุ : จุลินทรีย์อีเอ็มที่ใช้ดับกลิ่นในห้องน้ำ ต้องเป็นจุลินทรีย์ที่ได้จากการขยายโดยใช้หัวเชื้อเท่านั้น ห้ามนำน้ำหมักชีวภาพที่ได้จากการหมักพืชผักมาดับกลิ่นห้องน้ำหรือบำบัดน้ำเสียเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เกิดของเสียเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม และต้องเป็นจุลินทรีย์ที่ไม่เก่าเก็บเกิน 8 เดือนขึ้นไป เพราะประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียและดับกลิ่นจะด้อยลงไป และควรเป็นจุลินทรีย์ที่มีความเข้มข้นของจุลินทรีย์สูง


การใช้ จุลินทรีย์ชีวภาพ ดับกลิ่นในห้องน้ำห้องส้วม คลิ๊กที่นี่ https://www.bcithailand.net/จุลินทรีย์ชีวภาพ/

13
ร้านกินดื่มเน้นค็อกเทลท็อปฮิตในเมืองกรุง คัดมาเน้น ๆ เพื่อสายชิลโดยเฉพาะ รวมร้านนั่งชิลสำหรับคอค็อกเทลรสชาติดี มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เอาใจผู้ไม่ถนัดเหล้าเบียร์ พร้อมบรรยากาศแสนสบาย ชวนผ่อนคลายได้ยาว ๆ

อย่างที่หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า ปัจจุบันร้านกินดื่มในกรุงเทพฯ นั้นมีให้เลือกเยอะแยะมากมาย หลากหลายแนวให้เลือกนั่งตามความชอบของแต่ละคน ทว่าในบางวันที่หนุ่ม ๆ ไม่อยากดื่มอะไรหนัก ๆ เพียงแค่อยากจิบค็อกเทล นั่งเหล่สาวแบบเบา ๆ แต่ไม่รู้จะไปนั่งร้านไหนละก็ ถ้างั้นลองมาดูร้านที่เราคัดมาฝากกันก่อนเลยดีกว่าว่า มีร้านไหนเด็ดโดนใจจนต้องตามไปเช็กอินกันบ้าง

1. Junker and Bar

ร้าน “Junker and Bar” ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งนั่งชิลที่หลายคนนิยมมารวมตัวกันที่นี่ เพราะนอกจากจะมีเครื่องดื่มให้เลือกเยอะแล้ว ในส่วนเมนูค็อกเทลของทางร้านก็ทำตามสูตรของตัวเอง ขณะที่ภายในร้านเน้นตกแต่งแบบเรียบง่าย จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้นั่งสบาย ๆ โดยสามารถเลือกนั่งได้ทั้งโต๊ะและหน้าบาร์ ส่วนเมนูอาหารเน้นเสิร์ฟเมนูง่าย ๆ อย่าง เบอร์เกอร์, ชีสทอด, เฟรนช์ฟรายส์ เข้ากับเครื่องดื่มซิกเนเจอร์หลักของทางร้านได้อย่างลงตัวสุด ๆ

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 14.00-00.00 น.

2. Teens of Thailand

ร้าน Teens of Thailand เป็นจินบาร์ (Gin Bar) แห่งแรกในประเทศ สถานที่แฮงก์เอาท์เล็ก ๆ ที่บอกเลยว่าร้านดูเจ๋งมาก ๆ ด้วยการตกแต่งตัวร้านในสไตล์วินเทจด้วยภาพเก่า ๆ ที่ผนังร้าน ดูเหมาะเจาะลงตัวกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเก๋ ให้บรรยากาศเป็นกันเอง เหมาะแก่การแวะมานั่งชิลไปพร้อมกับลิ้มรสเมนูค็อกเทลหลากหลายรสชาติเปลี่ยนเมนูไม่ซ้ำกันทุกวัน เสิร์ฟคู่เมนูอาหารเบา ๆ หลากชนิด เรียกได้ว่าใครที่มาเยือนย่านวงเวียน 22 ต้องไม่ลืมแวะมาที่ร้านแนว ๆ อย่าง “Teens of Thailand” แน่นอน

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 16.30-00.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์-อังคาร)

3. เพลินวานพาณิชย์

เอาใจเพื่อน ๆ ที่ชื่นชอบเครื่องดื่มแบบค็อกเทลกันต่อที่ร้าน “เพลินวานพาณิชย์” ตอนสยามซู กับพื้นที่เล็ก ๆ ที่ศูนย์การค้าเดอะสตรีท ถนนรัชดา ภายในร้านตกแต่งเพดานด้วยสังกะสีเก่า ๆ พร้อมกับจัดวางข้าวของเครื่องใช้แบบเก่าแก่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในร้านสไตล์ย้อนยุค แถมยังจัดแบ่งโซนที่นั่งให้เลือกทั้งแบบโต๊ะและโซนเก้าอี้บาร์ โดยนอกจากจะเปิดเป็นร้านอาหารให้คนได้มาลิ้มลองความอร่อยกับเมนูอาหารหลากชนิดแล้ว ที่นี่ยังมีเมนูเครื่องดื่มค็อกเทลพร้อมบริการให้กับคนไม่ชอบเหล้า-เบียร์อีกเพียบ

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-01.00 น.


เที่ยวกลางคืน บรรยากาศแสนสบาย ชวนผ่อนคลายได้ยาว ๆร้านกินดื่มในกรุงเทพฯ คลิ๊กที่นี่ http://tomorrowland.club/เที่ยวกลางคืน/

14
เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านก็ต้องการความรัก และการดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกับคน ซึ่งเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทก็มีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป ดังนั้นเรามาเริ่มดูแลสิ่งของอันมีค่าเพื่อให้มันอยู่กับเราได้อย่างยาวนานกันดีกว่าค่ะ

เชื่อได้เลยว่าบ้านทุกหลัง ทุกหอพัก ของเพื่อนๆ จะต้องมี เฟอร์นิเจอร์ ไว้ประดับตกแต่งห้อง ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ โต๊ะ โซฟา แต่พอใช้นานวันเข้าก็เริ่มเก่า เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน รวมถึงปัจจัยอื่นที่มีผล เช่น ฝุ่นที่มาเกาะ หรือแม้กระทั่งเราทำอาหาร-น้ำดื่มหกใส่ จึงทำให้เกิดคราบสกปรกมากมาย ส่งผลให้อายุการใช้งานถดถอยลง จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถยืดอายุการใช้งานให้พวกข้าวของเครื่องใช้พวกนี้ได้ แล้วจะมีวิธีการดูแลอย่างไรบ้างเราไปดูกันค่ะ

เฟอร์นิเจอร์01

1. แบบหนังแท้

เฟอร์นิเจอร์หนังโดยปกติแล้วจะมีอายุการใช้งานยาวนาน เพราะมีคุณสมบัติในเรื่องของความทนทานมากกว่าวัสดุประเภทอื่น เพียงคุณดูแลให้ดี ก็จะยิ่งเป็นวัสดุอายุยืนยาวขึ้นไปอีก หากเครื่องหนังของคุณอยู่ในห้องปรับอากาศ ก็ไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษามากนัก แต่ถ้ามันถูกตากแดดล่ะก็ ความร้อนจากแดดจะทำให้หนังเสื่อมสภาพเร็ว เราจึงควรบำรุงรักษาด้วยการเคลือบน้ำยาป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดรอยแห้ง และแตกลายจากการถูกใช้งานเป็นประจำ เช่น พนักพิงศีรษะ ท้าวแขน บริเวณเหล่านี้จะเกิดการหมักหมมของเหงื่อ และสิ่งสกปรกได้ง่าย จึงต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาด ประมาณปีละครั้งก็เพียงพอ สำหรับการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่ใช่เฉพาะเครื่องหนัง ไม่ควรนำมาใช้ร่วมกัน เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายได้

ส่วนการดูแลเฟอร์นิเจอร์หนังกลับ จะต้องใช้การดูแลรักษามากกว่าหนังแท้ เพราะหนังกลับจะเก็บความสกปรกไว้ได้มากที่สุด วิธีการทำความสะอาด ให้ใช้แปรงขนสีดำค่อนข้างแข็ง แปรงไปในทางเดียวกัน แต่หากเกิดรอยเปื้อนมาก ให้ใช้แปรงสีฟันจุ่มลงน้ำสบู่พอหมาดๆ แล้วแปรงบริเวณรอยเปื้อนไปในทางเดียวกัน จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดเช็ดออกอีกครั้ง ทำความสะอาดประมาณ 1-2 อาทิตย์ ต่อครั้งค่ะ

2. แบบบุผ้า

เป็นวัสดุที่ดูบอบบาง มักนิยมนำมาตกแต่งมุมนั่งเล่นเอ้าท์ดอร์ เพราะให้ความรู้สึกนุ่มสบาย เข้ากับการพักผ่อนในสวนเป็นอย่างดี ซึ่งปัญหาที่พบได้บ่อย คือ ความสกปรกที่เกิดจากการสะสมของฝุ่นละออง ส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์เสื่อมสภาพและสีจางลงได้รวดเร็ว จึงควรทำสะอาดด้วยการดูดฝุ่นเป็นประจำ ถ้าเป็นคราบเปื้อน ให้ใช้แปรงขนนุ่มหรือฟองน้ำ ชุบน้ำสบู่อ่อนๆ ขัดเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด รวมถึงเคลือบน้ำยาที่มีคุณสมบัติในการป้องกันของเหลว เพื่อเลี่ยงปัญหาสิ่งสกปรกฝังติดอยู่ในเฟอร์นิเจอร์

ยืดอายุการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ไม่ยากอย่างที่คิด! คลิ๊กที่นี่ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านก็ต้องการความรัก และการดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกับคน ซึ่งเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทก็มีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป ดังนั้นเรามาเริ่มดูแลสิ่งของอันมีค่าเพื่อให้มันอยู่กับเราได้อย่างยาวนานกันดีกว่าค่ะ

เชื่อได้เลยว่าบ้านทุกหลัง ทุกหอพัก ของเพื่อนๆ จะต้องมี เฟอร์นิเจอร์ ไว้ประดับตกแต่งห้อง ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ โต๊ะ โซฟา แต่พอใช้นานวันเข้าก็เริ่มเก่า เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน รวมถึงปัจจัยอื่นที่มีผล เช่น ฝุ่นที่มาเกาะ หรือแม้กระทั่งเราทำอาหาร-น้ำดื่มหกใส่ จึงทำให้เกิดคราบสกปรกมากมาย ส่งผลให้อายุการใช้งานถดถอยลง จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถยืดอายุการใช้งานให้พวกข้าวของเครื่องใช้พวกนี้ได้ แล้วจะมีวิธีการดูแลอย่างไรบ้างเราไปดูกันค่ะ

เฟอร์นิเจอร์01

1. แบบหนังแท้

เฟอร์นิเจอร์หนังโดยปกติแล้วจะมีอายุการใช้งานยาวนาน เพราะมีคุณสมบัติในเรื่องของความทนทานมากกว่าวัสดุประเภทอื่น เพียงคุณดูแลให้ดี ก็จะยิ่งเป็นวัสดุอายุยืนยาวขึ้นไปอีก หากเครื่องหนังของคุณอยู่ในห้องปรับอากาศ ก็ไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษามากนัก แต่ถ้ามันถูกตากแดดล่ะก็ ความร้อนจากแดดจะทำให้หนังเสื่อมสภาพเร็ว เราจึงควรบำรุงรักษาด้วยการเคลือบน้ำยาป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดรอยแห้ง และแตกลายจากการถูกใช้งานเป็นประจำ เช่น พนักพิงศีรษะ ท้าวแขน บริเวณเหล่านี้จะเกิดการหมักหมมของเหงื่อ และสิ่งสกปรกได้ง่าย จึงต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาด ประมาณปีละครั้งก็เพียงพอ สำหรับการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่ใช่เฉพาะเครื่องหนัง ไม่ควรนำมาใช้ร่วมกัน เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายได้

ส่วนการดูแลเฟอร์นิเจอร์หนังกลับ จะต้องใช้การดูแลรักษามากกว่าหนังแท้ เพราะหนังกลับจะเก็บความสกปรกไว้ได้มากที่สุด วิธีการทำความสะอาด ให้ใช้แปรงขนสีดำค่อนข้างแข็ง แปรงไปในทางเดียวกัน แต่หากเกิดรอยเปื้อนมาก ให้ใช้แปรงสีฟันจุ่มลงน้ำสบู่พอหมาดๆ แล้วแปรงบริเวณรอยเปื้อนไปในทางเดียวกัน จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดเช็ดออกอีกครั้ง ทำความสะอาดประมาณ 1-2 อาทิตย์ ต่อครั้งค่ะ

2. แบบบุผ้า

เป็นวัสดุที่ดูบอบบาง มักนิยมนำมาตกแต่งมุมนั่งเล่นเอ้าท์ดอร์ เพราะให้ความรู้สึกนุ่มสบาย เข้ากับการพักผ่อนในสวนเป็นอย่างดี ซึ่งปัญหาที่พบได้บ่อย คือ ความสกปรกที่เกิดจากการสะสมของฝุ่นละออง ส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์เสื่อมสภาพและสีจางลงได้รวดเร็ว จึงควรทำสะอาดด้วยการดูดฝุ่นเป็นประจำ ถ้าเป็นคราบเปื้อน ให้ใช้แปรงขนนุ่มหรือฟองน้ำ ชุบน้ำสบู่อ่อนๆ ขัดเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด รวมถึงเคลือบน้ำยาที่มีคุณสมบัติในการป้องกันของเหลว เพื่อเลี่ยงปัญหาสิ่งสกปรกฝังติดอยู่ในเฟอร์นิเจอร์


ยืดอายุการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ไม่ยากอย่างที่คิด! คลิ๊กที่นี่ https://www.plawharn.com/

หน้า: [1] 2 3 ... 15
SimplePortal 2.3.5 © 2008-2012, SimplePortal